สกรีนเสื้อมีแบบไหนบ้าง?

Screen 1
        เนื่องจากงานสกรีน และงานพิมพ์เสื้อนั้นมีหลากหลายเทคนิค และหลากหลายชนิด ที่ถูกออกแบบมาให้มีลักษณะเฉพาะ ตามลักษณะของลวดลายที่ถูกออกแบบมาลงบนเสื้อผ้า เพื่อให้ได้เรางานที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสมกับลักษณะของงาน เราจึงจำเป็นต้องรู้ถึงข้อเด่นและข้อจำกัดของเทคนิคงานพิมพ์ต่างๆ ที่จะส่งผลต่อความสวยงาม และต้นทุน เราจึงขอแนะนำ 3 วิธีการสกรีนเสื้อยืดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน ได้แก่ 1. งานบล็อกสกรีน หรือ ซิลค์สกรีน (Silk Screen), 2. งานพิมพ์ดิจิตอล DTG (Direct to garment) และ 3.งานประเภทรีดร้อน (Heat Transfer) เพื่อให้ตรงกับคุณภาพและความต้องการ เรามาดูข้อเด่นและข้อจำกัด ของลักษณะการพิมพ์แบบต่างๆกัน

งานซิลค์สกรีน (Silk Screen)

       เป็นการสกรีนที่เหมาะกับ งานจำนวนมาก / ลายไม่ซับซ้อน/ จำนวนสีไม่มาก / สกรีนบนเสื้อได้ทุกสี เป็นระบบการสกรีนเสื้อโดยการปาดสีลงบนบล็อก ที่ใช้ทำขึ้นมาผ่านฟิล์มชนิดพิเศษที่สามารถเว้นช่องตามลวดลายที่เราออกแบบ โดยต้องใช้บล็อคสกรีน 1 สี ต่อ 1 บล็อค ถ้า 4 สี ต้องใช้ 4 บล็อก ลักษณะของงานพิมพ์ประเภทนี้จะมีความสวยงามด้วยตัวเนื้อสีที่ชัดเจน สีสดใส และมีความทนทานสูง เพราะใช้เนื้อสีสีเดียวพิมพ์ลงบนผ้า แต่ด้วยงานลักษณะนี้ยังต้องใช้คน หรือช่างที่เป็นคนปาดสีอยู่ ทำให้งานประเภทนี้จัดว่าเป็นงานฝีมือ ช่างพิมพ์ต้องมีความชำนาญระดับนึงถึงจะได้งานที่มีคุณภาพออกมา นอกจากนี้ด้วยลักษณะงานที่ต้องพิมพ์ทีละ 1 สี ทำให้งานที่ใช้สีจำนวนมาก ต้องใช้เวลาในการผลิตมากตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิต จึงไม่เหมาะกับงานประเภทสีสันเยอะๆและละงานประเภทไล่เฉดสีนัดเพราะต้องใช้ความละเอียด
Silk Screen pic
Silk Screen
Digital Printing pic

ระบบดิจิตอลแบบ DTG (Direct to Garment)

         เป็นการสกรีนโดยใช้เครื่องพิมพ์เฉพาะ พิมพ์หมึกลงบนเสื้อโดยตรง เหมาะกับงานที่ไม่จำกัดจำนวนขั้นต่ำ ลวดลายละเอียดซับซ้อน มีสีสันหลากหลาย  DTG (Direct To Garment) คือ กระบวนการที่ใช้หลักการพิมพ์หมึก Pigment ลงบนผ้า หรือเสื้อโดยตรง ด้วยเครื่องพิมพ์ผ้าโดยเฉพาะ หลักการการทำงานไม่ซับซ้อน เพราะใช้การพิมพ์หมึกแบบเครื่องพิมพ์ทั่วไป คล้ายกับการพิมพ์กระดาษเพียงแต่เปลี่ยนจากกระดาษเป็นเสื้อเท่านั้นเอง เหมาะกับงานพิมพ์ที่มีรายละเอียดสูง ให้สีสันคมชัด สามารถพิมพ์งานแบบรูปภาพได้เลย รายละเอียดสูงถึง 1200 dpi (Silk Screen ปกติ 120 dpi) แต่อย่างไรก็ตามงานพิมพ์ประเภทก็ยังมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูงอยู่ นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องข้อจำกัดของขนาดของลายที่มีจำกัด ยิ่งต้องการลายที่ใหญ่ เครื่องพิมพ์ก็ยิ่งมีราคาที่สูงมาก
Digital Printing

ระบบรีดร้อน (Heat Transfer)

1. การสกรีนแบบซับลิเมชั่น (Dye-Sublimation)
ระบบรีดร้อน (Heat Transfer) จะเป็นการสกรีนโดยใช้ระบบการพิมพ์ลวดลายด้วยเครื่องพิมพ์ Ink Jet หรือ Laser ลงบนกระดาษพิเศษที่เรียกว่า Transfer paper แล้วนำไปกดด้วยเครื่องรีดความร้อนเพื่อให้หมึกระเหิดย้อมติดไปบนเสื้อ โดยมีแผ่นฟิลม์บนกระดาษเป็นตัวเคลือบยึดเกาะลวดลายกับตัวเสื้ออีกชั้นนึง ซึ่งงานลักษณะนี้มีข้อจำกัดในการต้องเลือกใช้เนื้อผ้าที่ผสมโพลีเยสเตอร์ ถึงจะทำให้สีสันที่พิมพ์ลงไปมีความสด เพราะหากใช้ผ้าที่เป็นผ้าฝ้าย100% อาจจะทำให้สีที่พิมพ์ดูซีดหรือหมองกว่า
2. การสกรีนเสื้อ Flex Transfer (Poly Flex Transfer)
ส่วนการรีดแบบใช้เฟรค จะคล้ายกับการปริ้นสติ๊กเกอร์พิเศษ ที่จะมีการเคลือบกาวที่เมื่อโดนความร้อนแล้วจะยึดยิดอยู่กับเนื้อผ้า ซึ่งวัสดุเฟรคนั้นเป็นเนื้อPU ที่มีความเหนียวประมาณนึง เมื่อรีดแล้วจะคล้ายแผ่นสติ๊กเกอร์เรียบๆ แต่ข้อดีคือสามารถพิมพ์สีสันได้สดใสและละเอียดไม่ต่างไปกับการปริ้นรูปทั่วไป 
Heat Transfer pic
Heat Transfer Sunlimation
ขอบคุณแหล่งอ้างอิงและรูปภาพ
www.craftsselection.com/heat-transfer-vs-screen-printing/
www.epromos.com/education/heat-transfer-vs-screen-printing/
www.hub92prints.com/t-shirt-printing-services/silk-screen-printing/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น