มารู้จักงานปักกันให้มากขึ้นดีกว่า

มารู้จักงานปักกันให้มากขึ้นดีกว่า
        งานปักถือเป็นเทคนิคงานหนึ่งที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าเป็นอย่างมากในการตกแต่งเสื้อ ด้วยความสวยงามของลักษณะงานที่แต่งเติมเพิ่มมิติให้กับเสื้อผ้าด้วยไหม ซึ่งมีความมันเงา เหลือบแสง และยังมีความทนทานต่างกับงานพิมพ์ชนิดต่าง ๆ ที่เมื่อเวลาผ่านไปนานอาจจะดูเก่าลง หรือมีลักษณะของการหลุดลอกไปตามระยะเวลาการใช้งานได้ ซึ่งต่างจากงานปักทีมีความทนทานกว่ามาก อย่างไรก็ตามการปักลวดลายต่าง ๆนั้น จะต้องผ่านการตีบล็อค ซึ่งหมายถึงการออกแบบลักษณะการปัก ว่าลวดลายนั้นควรจะใช้เทคนิคใดในการปักลายนั้น ๆบ้าง โดยต้องใช้ผู้ที่มีความเข้าใจและเชี่ยวชาญในงานปักระดับนึง ถึงจะสร้างสรรค์งานปักที่ดูสวยงามออกมาได้ เพื่อความเข้าใจในงานเรามาลองดูลักษณะเทคนิคการปักแบบต่าง ๆกันดู

การสร้างบล๊อกหรือการสร้างไฟล์สำหรับงานปัก

การสร้างไฟล์งานบล๊อกปักนั้น จะต้องสร้างผ่านโปรแกรมเฉพาะ เช่น wing’s xp, Wilcom, Pe Design และอื่น ๆ โดยขั้นตอนแรกต้องมีต้นแบบของงานเป็นไฟล์ภาพที่มีความชัดเจนระดับหนึ่ง เช่น ไฟล์ JPG PNG Illustrator หรือ Photoshop เป็นต้น ซึ่งทางลูกค้าควรจะต้องมีไฟล์ที่ชัดเจนให้กับช่างตีบล็อก เพื่องานที่ออกมาจะได้สวยงาม และมีภาพที่ตรงกัน
1 ภาพตัวอย่างงานปัก
2 ภาพตัวอย่างงานปัก
งานปักนั้นได้ถูกออกแบบสร้างสรรค์จากรูปต้นแบบ เพื่อให้เกิดมิติของการเดินเส้นไหมในงานปักเมื่อลงบนวัตถุ โดยผ่านเทคนิค ต่าง ๆที่นำมาผสมกัน
3 เทคนิคที่มักนำมาใช้ในงานปัก
เดินเส้น
        เทคนิคที่ 1 การเดินเส้น ลักษณะของการเดินเส้นจะเป็นลักษณะการเดินเส้นปักไปตามลวดลายต่าง ๆ โดยความหนาของเส้นจะเท่ากับความหนาของเส้นไหม ซึ่งลักษณะของงานก็จะเห็นเป็นเส้นคล้ายเส้นปละไข่ปลา โดยเทคนิคนี้เหมาะกับลวดลายที่ต้องการลักษณะของเส้นที่ไม่หนามาก หรือต้องการสร้างเทคนิคงานที่มีรายละเอียดที่หลากหลาย
              
ซิกแซก
          เทคนิคที่ 2 การเดินซิกแซก ลักษณะการเดินซิกแซก เป็นเทคนิคที่นิยมใช้มากในลวดลายต่าง ๆ เช่น โลโก้ ตัวอักษร หรือลายเส้นต่าง ๆ ที่มีความหนาของเส้น เพราะสามารถปรับเปลี่ยนความกว้างความแคบของการเดินซิกแซกได้อย่างอิสระ ซึ่งจะสร้างความนูนของลวดลายไปตามการเดินไหม คล้ายทรงของอุโมงค์ แต่เทคนิคนี้มีข้อจำกัดที่ ไม่สามารถสร้างลายที่มีพื้นที่กว้างๆได้ เพราะความห่างของตำแหน่งที่ลงเข็มไหม จะทำให้เส้นไหมเกิดช่องว่างมากเกินไป อาจทำให้ลายปักดูไม่เรียบร้อยได้ นอกจากนี้ ลวดลายที่เป็นตัวอักษรต่าง ๆ ถ้าหากมีขนาดที่เล็กมากเกินไป การใช้เทคนิคซิกแซกก็ทำได้ยากเช่นกัน ซึ่งจะทำให้ตัวอักษรอ่านไม่ออก ฉะนั้นการออกแบบลายปักนั้น ควรคำนึงถึงขนาดของตัวอักษรด้วย
           
ทาทามิ
          เทคนิคที่ 3 การปักแบบทาทามิ ซึ่งทาทามิ ในภาษญี่ปุ่นนั้นแปลว่า เสื่อ หรือที่เราเคยได้ยินกันว่า เสื่อทาทามิ ฉะนั้นลักษณะการเดินไหมแบบนี้ คือการเลียนแบบลักษณะของการสานเสื่อนั่นเอง เหมาะกันงานที่ต้องการปูพื้นไหมในพื้นที่ที่กว้าง หรืองานที่ใช้เทคนิคเดินซิกแซกไม่ได้ ซึ่งการปูพื้นด้วยไหมแบบนี้จะไม่สร้างความนูนของงาน แต่จะทำให้เห็นพื้นผิวของการสานไหมที่ดูสวยงามไปอีกแบบ เหมาะกับการปูพื้น Background หรือตัวอักษรที่มีขนาดใหญ่มีพื้นที่เยอะ
4 ภาพตัวอย่างงานปัก
         จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า รูปต้นแบบมีความสำคัญมากต่อการสร้างลายปัก เพราะถ้าต้นแบบผิดเพี้ยนก็จะทำให้งานปักผิดเพี้ยนไปด้วย และงานปักก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ เช่น ตัวอักษรที่เล็กมากเกินไป ขนาดของชิ้นงานที่เล็กแต่รายละเอียดมีมากจึงจำเป็นต้องใช้ความชำนาญของช่างเพื่อตัดทอนรายละเอียดและปรับแต่งให้งานยังคงรักษาภาพรวมของต้นแบบไว้ให้ได้มากที่สุด
5 ภาพตัวอย่าง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น