10 วิธีกำจัดคราบเปื้อนบนเสื้อผ้า

1. คราบหมึก

          สำหรับการกำจัดคราบหมึกบนผ้าสี ให้โรยเกลือลงไปให้ทั่วคราบ แล้วนำผ้าไปแช่ในน้ำนมจนกว่าคราบจะหลุดออก จากนั้นจึงนำผ้าไปซักตามปกติ ส่วนผ้าขาว ให้ผสมน้ำมะนาวเข้ากับเบกกิ้งโซดาจนกลายเป็นครีมข้น ๆ จากนั้นนำไปป้ายบนคราบ แล้วทิ้งไว้สัก 20 นาที เสร็จแล้วก็นำผ้าไปซักได้ตามปกติเลยค่ะ (หากจะใช้วิธีนี้ อย่าลืมทดสอบก่อนซักจริง ด้วยการนำส่วนผสมไปป้ายไว้ที่บริเวณปลายผ้าก่อนสักเล็กน้อย เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงด้วยนะคะ) อีกวิธีหนึ่งก็คือ รองดาษทิชชูไว้ใต้เสื้อส่วนที่เปื้อนหมึก จากนั้นฉีดสเปรย์แต่งทรงผมลงไปจนชุ่ม ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที แล้วค่อยซักออก 

2. คราบสีทาบ้าน

        หาสีทาบ้านเปื้อนเสื้อก็เอาออกได้ หากเป็นคราบใหม่เริ่มจากขูดสีออกจากเสื้อให้ได้มากที่สุด แล้วเปิดน้ำผ่านบริเวณที่มีคราบพร้อมกับขยี้เบา ๆ หลังจากนั้นผสมสบู่เหลวกับน้ำยาล้างจานเข้าด้วยกัน ในอัตราส่วน 1:1 นำฟองน้ำมาจุ่มแล้วนำไปถูบริเวณที่มีสีทาบ้านเปื้อน ประมาณ 1 นาที แต่ถ้าเป็นคราบเก่าที่สีจับตัวเป็นก้อนแล้ว ใช้สเปรย์แต่งผมหรือแอลกอฮอล์ถูประมาณ 1 นาที เช่นกัน แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ก่อนจะซักตามปกติ

3.คราบน้ำมัน

          ส่วนสำหรับคราบน้ำมัน ขั้นตอนแรกให้กระดาษมาซับน้ำมันออกไปให้มากที่สุด แล้วโรยแป้งฝุ่นลงไปบนคราบ จากนั้นก็ค่อย ๆ ใช้ช้อนหรือกระดาษมาปัดแป้งออก โดยต้องระวังอย่าให้แป้งโดนผ้าส่วนอื่น ๆ เสร็จแล้วก็ไปผสมน้ำยาล้างจานเข้ากับน้ำเปล่า แล้วนำมาป้ายบริเวณคราบน้ำมัน ใช้มือถูเล็กน้อยหรือจะใช้แปรงวนเป็นวงกลมก็ได้ จากนั้นก็นำไปซักตามปกติได้เลย ซึ่งถ้าหากยังพบว่ามีคราบอยู่ก็ให้ทำขั้นตอนซ้ำ ๆ จนกว่าจะกำจัดคราบออกได้หมด  

4. คราบสนิม

          สำหรับเสื้อที่เปื้อนคราบสนิม ให้นำเกลือไปโรยไว้บนรอยคราบแบบบาง ๆ จากนั้นนำสำลีไปจุ่มน้ำส้มสายชู มากดซับบนคราบนั้น ๆ เสร็จแล้วให้นำผ้าไปตากกับแดดจัด ๆ รอจนกว่าคราบจะจางลง แล้วจึงนำผ้ากลับมาซักแบบปกติ

5. คราบลิปสติก

          การมีคราบลิปสติกติดอยู่บนเสื้อผ้าคงเป็นเรื่องไม่ดีแน่ ขอแนะนำให้นำขนมปังมาปั้นเป็นก้อน แล้วนำไปถูที่รอบลิปสติกนั้น ๆ จนหลุดหายไป เสร็จแล้วก็ค่อยปัดเศษขนมปังออก แล้วนำไปซักแบบปกติได้เลย

6. คราบช็อกโกแลต

          ขั้นตอนแรกให้กำจัดช็อกโกแลตออกให้ได้มากที่สุด จากนั้นก็เทน้ำยากำจัดคราบลงไปที่บริเวณคราบ แล้วนำแปรงสีฟันเก่า ๆ มาถูออก ปล่อยทิ้งไว้สัก 5-10 นาที จากนั้นก็นำไปซักแบบปกติได้เลย

7. คราบชา กาแฟ

         ถ้าหากคราบชา กาแฟ ยังสด ๆ ใหม่ ๆ แนะนำให้รีบถอดเสื้อ แล้วนำไปล้างด้วยน้ำเย็น โดยให้ใส่น้ำยาซักผ้าลงไปที่บริเวณคราบ แล้วค่อย ๆ ถูออกอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ให้แช่เสื้อทิ้งไว้ในน้ำสักประมาณ 30 นาที โดยในทุก ๆ  10 นาที ให้ไปถู ๆ คราบอยู่ตลอดด้วย เสร็จแล้วก็นำเสื้อไปล้างแบบปกติได้เลย

ส่วนสำหรับคราบกาแฟที่เกิดขึ้นมาสักพักแล้ว ให้ผสมน้ำส้มสายชู 1/3 ถ้วยตวง เข้ากับน้ำเปล่า 2/3 ถ้วยตวง จากนั้นนำผ้าลงไปแช่ แล้วใช้ฟองน้ำถูบริเวณคราบเบา ๆ (สามารถนำเบกกิ้งโซดามาใช้ขัดบริเวณคราบก็ได้) เสร็จแล้วก็ไปตากแดดจัด ๆ แล้วนำไปซักต่อตามปกติได้เลย

8. คราบหมากฝรั่ง

          อุ่นน้ำส้มสายชูพอร้อน จากนั้นนำบริเวณที่หมากฝรั่งติดเสื้อไปแช่ในน้ำส้มสายชูสักประมาณ 1-3 นาที แล้วค่อย ๆ หยิบเอาคราบหมากฝรั่งออก (ควรตรวจสอบความรุนแรงของน้ำส้มสายชูและเนื้อผ้าก่อน) หรืออีกหนึ่งวิธีให้อุ่นน้ำส้มสายชูให้พอร้อนเหมือนกัน จากนั้นใช้แปรงสีฟันเก่า ๆ ไปจุ่มในน้ำส้มสายชู แล้วนำมาถูคราบหมากฝรั่งออก จากนั้นก็นำไปซักแบบปกติเพื่อกำจัดคราบออกให้หมดจด 

9. คราบซอสมะเขือเทศ

          เสื้อที่เปื้อนซอสสามารถกำจัดออกได้โดยการแช่ผ้าลงในน้ำเย็น ที่ผสมสบู่ล้างมือ 1/2 ช้อนชา และน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ โดยให้แช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นค่อยนำมาล้างออกด้วยน้ำสะอาด ถ้าพบว่ายังมีคราบเหลืออยู่ ให้นำไปซักอีกครั้งด้วยน้ำยาขจัดคราบ เสร็จแล้วก็นำมาทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่น จากนั้นจึงเป่าให้แห้ง แต่ถ้าหากว่าคราบยังไม่หลุดออกไปอีก ให้แช่ผ้าในน้ำยาซักผ้าอย่างน้อย  1 ชั่วโมง หรือจะแช่ทิ้งไว้ข้ามคืนก็ได้ จากนั้นก็นำไปทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นอีกครั้ง เท่านี้คราบซอสต่าง ๆ ก็จะจางลงแล้ว

10. คราบเลือด

          เคล็ดลับที่ดีที่สุดในการกำจัดคราบเลือดบนเสื้อผ้าคือต้องไว และพยามทำทันทีที่เสื้อเปื้อนเลือด โดยเราสามารถกำจัดคราบเลือดออกได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้ผ้าซับเลือดออกให้มากที่สุด จากนั้นก็นำไปแช่ในน้ำเย็น แล้วใช้สบู่ก้อนหรือน้ำยาซักผ้าป้ายลงไปบนคราบ จากนั้นก็ใช้มือถู ๆ และขยี้ออก ซึ่งถ้าคราบเลือดดูท่าจะไม่จางไปง่าย ๆ ให้เปลี่ยนจากสบู่และน้ำยาซักผ้า มาใช้ไฮโดรเจนเปอร์อ็อกไซด์แทน เท่านี้คราบก็จะค่อย ๆ หายไปแล้ว
          ส่วนอีกหนึ่งวิธีให้เทน้ำส้มสายชูลงไปบนคราบเลือด แล้วปล่อยแช่ไว้สัก 15 นาที จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำเย็น ถ้ายังมีคราบเหลืออยู่ก็ทำซ้ำอีกครั้ง จนกว่าเสื้อจะสะอาดได้เลย
           จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าเสื้อจะเปื้อนคราบอะไรก็ตาม ก็ยังสามารถซักและทำความสะอาดให้เสื้อกลับมาดูดีและไร้คราบสกปรกกวนใจเหมือนเดิมได้ ฉะนั้นต่อไปนี้ถ้าเสื้อเปื้อน ก็แค่ทำตามขั้นตอนต่าง ๆ ด้านบน เพียงเท่านี้ก็จะได้เสื้อที่สะอาดและดีเหมือนเดิมแล้ว
ขอขอบคุณข้อมูลจาก pgeveryday, thebalance, wikihow

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น