12 วิธีซักและดูแลเสื้อผ้าสีดำ ไม่ให้สีตกหรือซีดจาง

12 วิธีซักและดูแลเสื้อผ้าสีดำจากทอฟฟี่บูติก
วันนี้จะมาแนะนำ 12 วิธีซักและดูแลเสื้อผ้าสีดำจากทอฟฟี่บูติก ช่วยถนอมเสื้อผ้าสีดำให้ดูดีและใช้งานได้ยาวนานแม้จะสวมใส่ตลอดทั้งปีก็ไม่มีปัญหาสีตกและสีซีดจางให้กวนใจ

1.อย่าซักบ่อยจนเกินไป

อย่าซักเสื้อผ้าสีดำบ่อยจนเกินไป เพราะการซักบ่อยเป็นสาเหตุที่ทำให้เสื้อผ้าสีซีดจางและดูเก่าง่าย ดังนั้นควรดูจากจำนวนครั้งที่สวมใส่ หากเป็นกางเกง เสื้อคลุม หรือเสื้อผ้าสีดำที่ใส่อยู่กับบ้าน ควรสวมใส่สัก 2-3 ครั้ง แล้วค่อยนำไปซัก 

2.แยกผ้าก่อนซัก

แยกจากคำแนะนำบนป้ายเสื้อผ้า เนื่องจากผ้าบางชนิดต้องซักแห้ง แต่บางชนิดต้องซักด้วยน้ำ แยกตามสี อย่าซักปนกับผ้าขาวหรือผ้าสีอื่น ๆ เพื่อไม่ให้สีตกใส่ และแยกตามประเภทของเนื้อผ้าตามความหนัก-เบา การแยกผ้าจะช่วยลดข้อผิดพลาดในการทำลายเสื้อผ้าสีดำให้ลดน้อยลงได้

3.กลับเสื้อผ้าก่อนซัก

อย่าลืมกลับเสื้อผ้า โดยเอาด้านในออกมาข้างนอกก่อนซักทุกครั้ง เนื่องจากแรงเหวี่ยงในการปั่นผ้าของเครื่องซักผ้านั้นมีผลทำให้สีที่อยู่ด้านนอกซีดจางลงได้ง่าย เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวจึงควรกลับด้านเสื้อผ้าก่อนซักทุกครั้ง

4.ซักด้วยน้ำเย็น

ก่อนการซักทุกครั้งควรดูอุณหภมิน้ำด้วย เพราะอุณหภูมิน้ำมีผลกับสีของเสื้อผ้าเป็นอย่างมาก แนะนำให้ใช้น้ำเย็นซักทำความสะอาดแทนการใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อน เพราะน้ำเย็นจะช่วยรักษาเส้นใยของผ้าสีดำให้ยังคงทนทานและสีสดใหม่อยู่เสมอ

5.เปิดระบบปั่นแบบถนอมผ้า

การซักเสื้อผ้าสีดำนั้น นอกจากจะปรับเครื่องซักให้เป็นระบบน้ำเย็น แล้วยังต้องปรับระบบรอบในการปั่นผ้าให้น้อยลงหรือปรับเป็นโหมดซักแบบถนอมผ้าด้วย เพื่อลดแรงเหวี่ยงที่จะทำให้สีของเสื้อผ้าสีดำหลุดซึมออกมา

6.เลือกผลิตภัณฑ์ซักผ้าให้เหมาะสม

หลายคนอาจจะคิดว่าเสื้อผ้าสีดำจัดอยู่ในประเภทเดียวกับผ้าสี แถมยังนำไปซักด้วยผงซักฟอกสำหรับผ้าสีอีกต่างหาก ขอบอกเลยว่า “ผิดอย่างแรง !” แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ผงซักฟอกแบบธรรมดาหรือผงซักฟอกสำหรับผ้าสีดำจะดีกว่า และจะต้องใช้ในปริมาณที่ระบุไว้ข้างฉลากด้วย

7.ไม่จำเป็นต้องปั่นแห้ง

หลังจากซักทำความสะอาดเพื่อเอาคราบสกปรกออกเรียบร้อยแล้ว ก็ให้นำไปตากเลยทันที ไม่ควรปั่นแห้ง เพราะระบบปั่นแห้งของเครื่องซักผ้ามีแรงเหวี่ยงมาก ซึ่งอาจจะทำให้เสื้อผ้าสีตกและสีซีดจางเร็วขึ้น

8.ไม่ควรซักซ้ำแม้มีคราบหนัก

หากเสื้อผ้าสีดำเปื้อนคราบหนักหรือมีกลิ่นเหม็นตกค้าง ก็ไม่ควรซักซ้ำ ๆ บ่อยเกินไป เพราะนอกจากคราบและกลิ่นนั้นจะไม่หายไปแล้ว ยังทำให้สีของเสื้อผ้าซีดจางตามไปด้วย ควรแก้ไขด้วยการทำความสะอาดเฉพาะจุดที่เปื้อนคราบและมีกลิ่นก่อน แล้วค่อยนำเสื้อผ้าไปซักทั้งตัว

9.เติมน้ำส้มสายชูระหว่างซัก

หากเสื้อผ้าสีดำมีกลิ่นและมีคราบตกค้างอยู่มาก แก้ได้โดยเติมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง ลงในถังซักผ้า ช่วงระหว่างที่เครื่องกำลังทำงาน นอกจากจะช่วยทำความสะอาดและดับกลิ่นได้แล้ว น้ำส้มสายชูยังเปลี่ยนเป็นฟิล์มบาง ๆ ที่เคลือบเนื้อผ้าเอาไว้ ช่วยให้สีดำคงทนดูสดใหม่ สีไม่ตกและไม่ซีดจางง่าย ๆ อีกทั้งยังช่วยปรับผ้าให้นุ่มได้ไม่แพ้น้ำยาปรับผ้านุ่มเลยล่ะ

บอแรกซ์และน้ำส้มสายชู

10.ป้องกันผ้าหมองด้วยเบกกิ้งโซดา

ปัญหาผ้าหมองไม่ได้เกิดกับผ้าขาวเพียงอย่างเดียว เสื้อผ้าสีดำก็ดูหมองได้เช่นกัน แต่ป้องกันได้โดยการโรยเบกกิ้งโซดา ½ ถ้วยตวง ลงในถังซักผ้า แล้วซักผ้าตามปกติ เบกกิ้งโซดาจะช่วยขจัดความหมองให้หลุดออกไปได้ง่าย ๆ แถมยังช่วยป้องกันไม่ให้สารคลอรีนทำลายเนื้อผ้าได้อีกต่างหาก

เบกกิ้งโซดา

11.เกลือปกป้องเสื้อผ้าจากสีตก

สารเคมีจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเสื้อผ้าอาจทำให้สีเสื้อผ้าตกและซีดจาง ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการโรยเกลือ ½ ถ้วยตวง ลงในถังซักผ้าที่มีผ้าอยู่ แล้วเปิดเครื่องทำงาน เกลือจะช่วยป้องกันสีตกและสีซีดจางได้ แนะนำให้ใช้เกลือซักเสื้อผ้าสีดำตั้งแต่ครั้งแรกเลยก็จะดี

salt

12.ห้ามตากผ้ากลางแดดจัด

เพราะความร้อนเป็นตัวการที่ทำให้เสื้อผ้าสีดำซีดจาง ฉะนั้นหลังซักทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่ควรนำเสื้อผ้าสีดำไปตากไว้กลางแดด แต่ควรตากไว้ในที่ร่ม มีลมพัด และไม่อับ เพราะถ้าหากตากเสื้อผ้าให้โดนแดดโดยตรงแล้วละก็ รับรองเลยว่าเสื้อผ้าสีดำซีดเร็ว

แม้เสื้อผ้าสีดำจะดูทนทานไม่ซีดจางง่าย แต่หากซักทำความสะอาดและดูแลอย่างไม่ถูกวิธี เสื้อผ้าเหล่านี้ก็เสียหายได้ เอาเป็นว่าถ้าไม่อยากซื้อเสื้อผ้าสีดำบ่อย ๆ เพราะสีตกหรือสีซีดจาง ก็ลองนำ12 วิธีซักและดูแลเสื้อผ้าสีดำ จากทอฟฟี่บูติก เหล่านี้ไปลองปรับใช้ เพื่อให้สีของเสื้อผ้ายังคงสดใหม่และใช้งานได้ทนทาน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก kapook.com ,wikihow และ About

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น